ระยอง 2568: ตลาดอสังหาฯ ขานรับ EEC ราคาที่ดินพุ่ง 43% ลงทุนไม่หยุด
จังหวัดระยอง ตั้งอยู่บนชายฝั่งอ่าวไทยในภาคตะวันออกของประเทศไทย ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุดในภูมิภาค ด้วยแรงขับเคลื่อนจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บวกกับศักยภาพท่องเที่ยวชายทะเล และฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ ทำให้ทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติต่างหันมาจับตามองและเข้าซื้อสินทรัพย์ในพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ล่าสุด
ข้อมูลจาก Cushman & Wakefield และ The Nation Thailand รายงานว่า ดัชนีราคาที่ดินของระยองในช่วงต้นปี 2568 ปรับตัวขึ้นสูงถึง 43.5% เมื่อเทียบรายปี โดยราคาที่ดินอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.5 ล้านบาทต่อไร่ แรงหนุนหลักมาจากการย้ายฐานการผลิตของทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ที่เข้ามาซื้อที่ดินทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม
ในไตรมาสแรกของปี 2568 มูลค่าการลงทุนต่างชาติในพื้นที่ EEC สูงถึง 47,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราว่างของที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 6.2% ในไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเช่าพื้นที่ที่ยังแข็งแกร่ง ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยก็ตอบสนองต่อดีมานด์จากแรงงานผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติและวิศวกรที่ย้ายเข้ามาทำงานในโรงงานและศูนย์เทคโนโลยีต่าง ๆ ในพื้นที่
ทำเลและโซนน่าลงทุน
ระยองมีทำเลที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์หลายโซน ดังนี้
- เมืองระยอง (อำเภอเมือง) — ศูนย์กลางธุรกิจและที่อยู่อาศัย มีคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรรกระจายตัวหนาแน่น ทำเลรอบตลาด ริมแม่น้ำระยอง และย่านถนนสุขุมวิทตะวันออกเป็นที่ต้องการสูง
- มาบตาพุด — หัวใจของนิคมอุตสาหกรรมระยอง อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าระยะยาวสำหรับแรงงานต่างชาติและผู้จัดการโรงงานมีดีมานด์ต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนจากการให้เช่าอยู่ในช่วง 5.5–6.5% ต่อปี
- บ้านฉาง — ทำเลระหว่างพัทยาและเมืองระยอง มีชายหาดสวยงาม โครงการคอนโดและวิลล่าระดับกลาง-บนเติบโตเร็ว เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผสมผสานระหว่างการอยู่อาศัยและรายได้จากการเช่า
- แกลง — อำเภอที่ดินขนาดใหญ่ยังราคาไม่แพงเกินไป เหมาะสำหรับการซื้อเก็งกำไรและการพัฒนาโครงการเกษตร-รีสอร์ท ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน EEC ในระยะต่อไป
- เกาะเสม็ด / เพ — ทำเลท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดัง มีดีมานด์สูงสำหรับที่พักนักท่องเที่ยวและวิลล่าริมทะเล เหมาะสำหรับนักลงทุนด้านการท่องเที่ยวและ Airbnb
แนวโน้มราคาและการลงทุน
ราคาคอนโดมิเนียมในตลาดระยองปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 45,000–70,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งยังต่ำกว่ากรุงเทพฯ และพัทยาอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับนักลงทุนที่มองหา Capital Gain ในระยะกลาง ส่วนราคาบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในเขตเมืองระยองปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 20–30% ในรอบสองปีที่ผ่านมา
ปัจจัยเร่งการเติบโตที่สำคัญในปี 2568-2569 ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในอีกไม่กี่ปี และการขยายท่าเรือมาบตาพุด ซึ่งจะยิ่งหนุนให้ระยองกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรพิจารณาว่าในช่วงปี 2569-2570 จะมีที่ดินนิคมอุตสาหกรรมใหม่เข้าสู่ตลาดกว่า 20,290 ไร่ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้น
สรุปสำหรับผู้ซื้อและนักลงทุน
ระยองเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีมุมมองระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตออกจากกรุงเทพฯ ข้อแนะนำเชิงกลยุทธ์มีดังนี้
- นักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสด ควรพิจารณาคอนโดหรือบ้านเช่าใกล้นิคมมาบตาพุดและบ้านฉาง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) อยู่ที่ 5.5–6.5% ซึ่งสูงกว่ากรุงเทพฯ
- ผู้ที่มองหา Capital Gain ควรสนใจที่ดินในอำเภอแกลงและพื้นที่รอบโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งยังมีราคาพอเหมาะ
- นักลงทุนด้านการท่องเที่ยวควรจับตาตลาดเกาะเสม็ด-เพ ที่มีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเยี่ยมเยือนตลอดปี
- ควรตรวจสอบสถานะผังเมืองและข้อจำกัดการใช้ที่ดินของแต่ละโซนก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะพื้นที่ติดเขตนิคมอุตสาหกรรมที่อาจมีข้อห้ามการพัฒนาที่อยู่อาศัย
โดยสรุป ระยองยังคงเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง ภายใต้แรงหนุนจาก EEC ที่ยังไม่หมดแรง การลงทุนอย่างรอบคอบโดยมองข้อมูลเชิงลึกในแต่ละทำเลจะช่วยให้ผู้ซื้อและนักลงทุนได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว
ที่มาข้อมูล: The Nation Thailand — EEC land prices surge as foreign capital reshapes Thailand's industrial market
ภาพประกอบ: "RayongView.jpg" โดย YukioSanjo เผยแพร่บน Wikimedia Commons ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 3.0 — ภาพต้นฉบับถูกปรับขนาดและแปลงเป็นไฟล์ WebP เพื่อใช้บนเว็บไซต์