ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ต ปี 2568: โอกาสทองนักลงทุนไทยและต่างชาติ
ภูเก็ต ดินแดนไข่มุกแห่งอันดามัน ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก หากแต่ยังเป็น ศูนย์กลางการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุด แห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยทัศนียภาพอันงดงาม โครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และกระแสผู้พำนักระยะยาวจากทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดภูเก็ตจึงกลายเป็นเป้าหมายลำดับต้นของทั้งนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติในปี 2568
สถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ล่าสุด
ข้อมูลไตรมาสแรกของปี 2568 ชี้ให้เห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมีโครงการที่ขายอยู่ในท้องตลาดรวมกันถึง 728 โครงการ คิดเป็นหน่วยขายรวมประมาณ 72,000 หน่วย และมูลค่าการพัฒนาสูงถึง 460,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีการเปิดตัวโครงการใหม่ราว 25 โครงการ รวม 4,000 หน่วย มูลค่ารวม 54,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหน่วยละ 13 ล้านบาท
ตลาดวิลล่าหรูได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยบันทึกยอดธุรกรรมเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปี 2568 มีการเปิดตัววิลล่าใหม่ถึง 1,263 หน่วย เพิ่มขึ้น 51% จากปี 2566 ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีราคาสูงกว่า 90 ล้านบาทมีอัตราการขายสะสมสูงถึง 76% นับเป็นสัญญาณบวกอย่างชัดเจนต่อตลาดระดับบน นอกจากนี้ ผู้ถือวีซ่า LTR (Long-Term Resident) ทั่วประเทศไทยมีจำนวนกว่า 42,000 ราย โดยภูเก็ตดึงดูดผู้ถือวีซ่าดังกล่าวได้ถึง 28% ของทั้งหมด
ทำเลและโซนน่าลงทุน
ภูเก็ตมีทำเลลงทุนที่โดดเด่นหลายแห่ง ซึ่งแต่ละโซนมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
- บางเทา–เชิงทะเล (Bang Tao–Cherng Talay): ได้รับการยกย่องเป็นทำเลเบอร์หนึ่งสำหรับวิลล่าปล่อยเช่าระยะสั้นและกลาง มีโครงการพัฒนาใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ใกล้หาดบางเทาและย่านช้อปปิ้ง Boat Avenue
- ป่าตอง (Patong): แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของเกาะ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการเช่าระยะสั้น อัตราการเข้าพักสูงตลอดปี
- กะทู้–กมลา (Kathu–Kamala): ทำเลที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการทางด่วนสายใหม่ ระยะที่ 1 เส้นทางกะทู้–ป่าตองมูลค่า 62,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2568 ราคาที่ดินในย่านนี้ยังมีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้อีกมาก
- เกาะแก้ว–ถลาง (Koh Kaew–Thalang): โซนที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวและชาวต่างชาติพำนักระยะยาว ราคายังต่ำกว่าทำเลริมหาด เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางในงบประมาณที่เข้าถึงได้
- ภูเก็ตทาวน์ (Phuket Town): ย่านเก่าแก่ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุน Boutique Hotel และ Airbnb รูปแบบสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสอันเป็นเอกลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจำนวนมาก
แนวโน้มราคาและการลงทุน
ราคาอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตเติบโตสม่ำเสมอราว 8–10% ต่อปี ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากกรุงเทพฯ ที่กำลังเผชิญปัญหาอุปทานล้นตลาด ผลตอบแทนจากการให้เช่าวิลล่าในทำเลทอง เช่น บางเทาและกมลา อยู่ที่ 6–10% ต่อปี (gross yield) และ 3–6% หลังหักค่าจัดการและค่าใช้จ่าย
ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ได้แก่ วิลล่าพูลวิลล่าระดับลักชูรีราคา 15–90 ล้านบาท คอนโดมิเนียมติดหาดราคา 3–15 ล้านบาท รวมถึงที่ดินเปล่าในแนวเส้นทางทางด่วนใหม่ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน โครงการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ที่ใกล้แล้วเสร็จยังเป็นปัจจัยสนับสนุนมูลค่าที่ดินในพื้นที่โดยรอบอย่างมีนัยสำคัญ
นักลงทุนต่างชาติหลักมาจากยุโรป ตะวันออกกลาง และจีน โดยวีซ่า Digital Nomad ที่เปิดตัวในปี 2568 ยิ่งเป็นแรงดึงดูดให้กลุ่ม Remote Worker รุ่นใหม่เลือกซื้อหรือเช่าคอนโดและวิลล่าในภูเก็ตเพิ่มขึ้นอีกระลอก
สรุปสำหรับผู้ซื้อและนักลงทุน
ภูเก็ตในปี 2568 ถือเป็น โอกาสที่ไม่ควรพลาด สำหรับผู้ที่มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนระยะยาว ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้ซื้อ ได้แก่
- เน้นทำเลที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น แนวเส้นทางทางด่วนกะทู้–ป่าตอง
- สำหรับนักลงทุนต่างชาติ ควรศึกษากรรมสิทธิ์ผ่านโครงสร้าง Leasehold หรือ Freehold คอนโด ซึ่งชาวต่างชาติถือครองได้ตามกฎหมาย
- พิจารณาซื้อผ่านโครงการที่มี Guaranteed Rental Return เพื่อลดความเสี่ยงในช่วง Low Season
- ตรวจสอบสภาพคล่องของโครงการและชื่อเสียงผู้พัฒนาก่อนตัดสินใจ เนื่องจากตลาดภูเก็ตมีทั้งผู้พัฒนาระดับสากลและท้องถิ่น
- ติดตามความคืบหน้าโครงการทางด่วนและสนามบิน เพราะปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อราคาในทำเลที่เกี่ยวข้อง
ด้วยปัจจัยบวกหลายด้านที่เสริมกัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นโยบายวีซ่าระยะยาวที่เอื้อต่อชาวต่างชาติ และโครงการพัฒนาเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ ภูเก็ตยังคงเป็น จุดหมายลงทุนอสังหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งของไทย และมีแนวโน้มรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้อีกหลายปีข้างหน้า
ที่มาข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจ
ภาพประกอบ: "Isla Tapu, Phuket, Tailandia, 2013-08-20, DD 36.JPG" โดย Diego Delso เผยแพร่บน Wikimedia Commons ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 3.0 — ภาพต้นฉบับถูกปรับขนาดและแปลงเป็นไฟล์ WebP เพื่อใช้บนเว็บไซต์